ขอโทษคนไทยทุกคน ที่ภาษีของท่าน โดนฟ้าหญิงจุฬาภรณ์ เอามาใช้จ่าย ในการช่วยชีวิตพี่ชายผม

เมื่อวันที่ 19 ตุลาคม 2563 เพจเฟซบุ๊กที่ใช้ชื่อว่าเชียร์ลุง ได้โพสต์ภาพพร้อมกับข้อความระบุว่า

ภาษีกู ภาษีกู

คำนี้มันบาดลึกเข้าในใจผมมาก เมื่อเห็นภาพ

ขอโทษคนไทยทุกคน ที่อาจจะคิดว่าภาษีของท่าน โดนฟ้าหญิงจุฬาภรณ์ เอามาใช้จ่าย..ในการช่วยชีวิตพี่ชายผม..

ยาวหน่อย ช่วยอ่านหน่อยนะครับ แต่นี่คือ อีกเหตุผล..ที่ผมรักและเทิดทูนสถาบัน ใครมาวิจารณ์เสียๆหายๆไม่ได้

พี่ชายผม เป็นโรคลมชัก ตั้งแต่เด็กๆ กินยาต้ม ยาโรงบาล ตั้งแต่เด็กจนจบปริญญาตรี อาการหนักสุดคือ นอนเฉยๆก็ชักน้ำลายฟูมปาก ทุกคนในบ้านเครียด ร้องไห้หนักมาก โดยเฉพาะแม่และยาย

เมื่อตรวจละเอียด จึงพบว่า มีแผลเล็กมากๆและอยู่ลึกในสมอง เป็นส่วนที่ผ่าตัดยากมาก แต่ต้องผ่า ถ้าไม่ผ่า สุดท้ายจะลามไปส่วนอื่น เหมือนกระแสไฟฟ้า (ซึ่งตอนนั้นเริ่มลามแล้ว) และจะเอ๋อ ช่วยตัวเองไม่ได้ในที่สุด ซึ่ง รพ.มอ. ตอนนั้นก็ไม่มีเครื่องมือและหมอที่ทำได้ขนาดนั้น แต่แม่ก็ไม่ยอม เพราะขึ้นชื่อว่าผ่าหัวลูก ใครๆก็กลัว ผ่าก็เสี่ยง ไม่ผ่าก็เสี่ยง!

เหมือนมีหมอกมาคลุมที่หลังคาบ้านอยู่หลายปี

กินยาที่ รพ.มอ. มาเรื่อยๆ จนหมอสงสาร ช่วยทำเรื่องให้รักษาที่ รพ.จุฬาภรณ์ ตามโครงการของท่าน(ฟ้าหญิง พระยศในขณะนั้น)

โดยรักษาร่วมกับระหว่าง รพ.จุฬาภรณ์ กับ รพ.จุฬาลงกรณ์ และแม่ยอมให้ผ่าตัดในที่สุดพีคสุดคือ เปิดสมอง คาไว้ 2 วัน มีหมอระดับอาจารย์ ที่เก่งมาทำเคส เกือบเดือนที่อยู่ใน รพ.จุฬาภรณ์ (รพ.ที่ยามเข้มงวด เพราะฟ้าหญิงมักจะเข้ามาทรงงานบ่อยๆ) จนหายดี ในที่สุด

ค่าใช้จ่ายทั้งหมดเกือบ 600,000 ผมไม่ทราบว่านั่นคือ “ภาษีกู ภาษีกู” ที่ฟ้าหญิงจุฬาภรณ์ เอามาใช้จ่ายในการช่วยชีวิตคนหรือไม่ หรืออาจจะเป็นพระราชทรัพย์ส่วนพระองค์

อย่าด่าครอบครัวผมเลยนะครับ ที่อาจจะใช้ภาษีท่าน เพราะถ้าไม่ได้รับการช่วยเหลือจากพระองค์ท่าน ครอบครัวผมคงพบกับความมืดมนที่สุด เพราะไม่มีปัญญาแน่นอน

ทุกวันนี้ ผมก็ผมตอบแทนบุญคุณของท่าน

ด้วยการเป็น..พลเมืองที่ดี ข้าราชการที่ซื่อสัตย์สุจริต ประกอบสัมมาชีพ มีความสุขกับชีวิตแบบไทยๆ

(หยุดเถอะครับ ว่าการดำรงพระชนม์ชีพของเบื้องสูงใช้จ่าย แต่ภาษีที่ได้รับ ช่วยหาข้อมูลก่อนตะโกน “ภาษีกู ภาษีกู”)

เมืองที่มีอิสระเสรีที่สุดในโลก กิน นอน เที่ยว ที่ไหนก็ได้ มีอิสระทางความคิด คิดต่างได้

แต่การแสดงออกโดยปราศจากความเคารพ

ก็ไม่ควรได้รับความยอมรับเช่นเดียวกับการใช้ความรุนแรงเช่นกัน

ผมไม่รู้ว่าเด็กสมัยนี้ รับความรู้จากช่องทางไหนบ้าง หรือเสพสื่ออะไรมาบ้าง ความจริงที่อยู่ในโลกออนไลน์ มันน่ากลัวถ้ามันถูกปรุงแต่งด้วยความรู้สึก…

เรียกร้องสิทธิในสิ่งที่ ไม่เคยเสีย

ลืมสิ่งสำคัญที่เรียกว่า หน้าที่ อยากได้สิ่งที่ต้องการ โดยไม่ดิ้นรนพยายามพอ

กฎหมายที่ต้องการล้ม ถ้ามองภาพรวม ก็เพราะมันไม่เอื้อให้นักการเมืองคดโกงหรือไม่ แต่นักการเมืองฉลาด เล่นกับความรู้สึกเด็ก ว่าสังคมไทยให้สถาบันอยู่เหนือทุกอย่างโดยไร้เหตุผล…

ประท้วงไล่นายก …. อันนี้คือสิทธิที่ทำได้

แต่จาบจ้วงสถาบัน ไม่ว่าองค์ไหน ไม่อาจเป็นสิ่งที่ยอมรับได้ ต่อให้แก้ตัวว่า ..ไม่ได้ล้มล้างแค่ให้เท่าเทียม แต่การกระทำคือ การโน้มฟ้ามาย่ำยี รับไม่ได้ เพราะผมทูนไว้เหนือทุกสิ่งทุกอย่าง!

นี่คือจุดยืนผม อธิบายให้ทราบเฉยๆ ไม่ได้บอกให้ลบเพื่อน ถ้าเห็นต่าง เพราะคำว่าเห็นต่าง คือใช้ได้กับทางการเมืองเท่านั้น ไม่ใช่สถาบัน เพราะสถาบันคือสิ่งเดียว ที่ทำให้ไทยเป็นไทยถึงทุกวันนี้ ไม่ใช่ “นักการเมือง”

บอกได้เลยว่า ผมก้มกราบได้อย่างเต็มใจ เพราะไม่มองว่า คือการกดขี่ แต่คือ..การแสดงออกความรักและประเพณีที่ดีงาม

อย่าเอาการเรียก I กับ You ระหว่างแม่ลูกของฝรั่งมาเป็นบรรทัดฐาน เพราะคนไทย แม้ไม่รู้จักกัน ก็เรียกกันเสมือนเป็นญาติกัน นี่แค่เรื่องพื้นฐานที่เราควรมีความเป็นตัวเอง และมีเหตุผล ไตร่ตรองที่มาของการชุมนุมครั้งนี้ ว่า…

“ใครแน่ที่ได้ประโยชน์ ประชาชน หรือ นักการเมือง”

ขอบคุณ คณิต ช่วยแก้ว เชียร์ลุง

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *